ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ใกล้ชิด "สมเด็จพระเทพฯ"
posted on 04 May 2012 21:21 by hackerlife in generalสวัสดีครับพี่น้องทุกคน กลับมาอัพเดทบล็อกเรื่องทั่วไปหน่อยนะครับ ^^
เนื่องจากว่าช่วงนี้บักสนเองมีโอกาสพิเศษได้ร่วมทำงานสนองพระดำริของ
เนื่องจากว่าช่วงนี้บักสนเองมีโอกาสพิเศษได้ร่วมทำงานสนองพระดำริของ
สมเด็จพระเทพฯ ครับ (ผมใช้คำราชาศัพท์ไม่เก่ง ถ้าผิดพลาดผมต้องขออภัยด้วยนะครับ)
สำหรับโครงการที่ผมได้ร่วมพัฒนาในครั้งนี้คือการทำระบบ Virtual Tour ของพิพิธภัณฑ์ครับ
เป็นระบบสร้างพิพิธภัณฑ์มีชีวิต โดยที่ที่แรกที่ผมไปร่วมทำให้คือพิพิธภัณฑ์สภากาชาดครับผม
แล้วก็มีศูนย์แสดงงานพื้นบ้านของจังหวัดนครนายกด้วย
หากเพื่อนๆคิดภาพไม่ออกว่าระบบ Virtual Tour คืออะไร ลองจินตนาการตามผมนะครับ
ระบบนี้ก็คือการ "จำลองสถานที่จริง ให้อยู่ในโลกออนไลน์" ครับ เช่นถ้าเราจะไปพิพิธภัณฑ์
ตอนนี้เราอยู่หน้าทางเข้าแล้วนะ พอเราเลื่อนเมาส์ไปทางซ้าย ก็เหมือนกับเรากำลังหันไปทางซ้าย
เลื่อนเมาส์ไปทางขวา ภาพก็จะเลื่อนตามประหนึ่งว่าเรากำลังหันไปทางขวาด้วย (มีหมุนได้ซ้ายขวา ขึ้นลง ครับ)
และถ้าเราอยากจะดูห้องแสดงงานต่างๆก็คลิกเข้าไปในจุดเยี่ยมชม ระบบก็จะพาคุณไปยังห้องนั้นๆครับ
สิ่งที่ท้าทายอย่างนึงคือ การที่ต้องทำออกมาให้ "รองรับอุปกรณ์เข้าถึงข้อมูล" ได้มากที่สุดครับ
ไม่ว่าจะเป็น Desktop computer, notebook computer, iphone, ipad, smartphone ทั้งหลาย
สำหรับผมผมดูแลในเรื่องของการนำเสนอผ่านเว็บไซต์ครับ โจทย์ตัวนี้ ทำให้เราต้องทำเว็บในรูปแบบ
ที่เรียกว่า Responsive Web Design ซึ่งก็เป็นลักษณะเว็บที่กำลังได้รับความนิยมมากๆในปี 2012 นี้
เพราะว่าสามารถปรับเปลี่ยนหน้าตาเว็บให้เข้ากับอุปกรณ์เข้าถึงได้ ซึ่งก็เป็นอะไรที่ท้าทายมากครับ
เพราะว่ามันเป็นการคิดที่หลายเสต็ปมากๆ เวลาออกแบบเนี่ยคิดกันหัวหมุนว่าจะทำอะไรบ้าง
แยกคิดแบบไอโฟน ไอแพด คอมพิวเตอร์กันเลยทีเดียว
ส่วนคนอื่นๆในทีมก็จะดูแลงานที่ต่างกันออกไป เช่นทำหนังสือ Ebook ทำระบบต้อนรับอัตโนมัติโดยใช้
หลักการ Image Processing (ทั้งหมดนี้สามารถเข้าไปดูได้ที่พิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย ครับ)
และแล้วเหตุการณ์สำคัญครั้งนี้ก็เกิดขึ้นครับ...
วันที่ 26 เมษายน เป็นวันที่กาชาดไทยจัดงานครบรอบ(กี่ปีจำไมไ่ด้ ฮ่าๆ) พระเทพฯจะเสด็จมาตักบาตรครับ
พอผ่านไปสักพัก คนที่มาต้อนรับเสด็จก็เริ่มทยอยกลับกันหมดครับ เหลือไม่กี่คน ผมก็ยังนั่งเซ็ตทีวี
เซ็ตตู้ต้อนรับกันอยุ่ สักพัก มีคนมาบอกว่า "พระองค์จะเสด็จเยี่ยมชมเป็นการส่วนพระองค์"
โอ้โห ผมเนี่ยตื่นเต้นมากเลยครับ รีบกุลีกุจอหน้าตั้งเก็บข้าวของกันเลยทีเดียว แฮะๆ เสื้อผ้าก็เป็นเสื้อผ้าตั้งแต่
เม่อคืนครับ = =
เม่อคืนครับ = =
และแล้ว ...พระองค์ก็เสด็จมา ครับ ผมได้มีโอกาสต้อนรับ ได้ใกล้ชิดกับพระองค์นานมากกว่าตอนที่
เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเสียอีก พระองค์อารมณ์ดีมากครับ ยิ้มแย้มแจ่มใสมากๆ

ผมมีเรื่องอยากจะเล่าเกี่ยวกับพระปรีชาของพระองค์ให้เพื่อนๆได้อ่านกันครับ
พระองค์เคยตรัสว่า
พระองค์เคยตรัสว่า
ผลลัพธ์นั้นก็ดีแล้ว เพราะรู้ว่าทำได้
แต่ที่อยากได้มากกว่านั้นก็คือ "กระบวนการระหว่างทำงาน" ว่าทำอย่างไร
ทำแล้วเกิดปัญหาอย่างไร อะไรบ้าง แล้วมีวิธีการแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร
ให้เขียนบันทึกไว้ด้วย เพราะว่า "กระบวนการระหว่างทำงาน" มันคือ
องค์ความรู้ที่มีค่า จะได้นำไปถ่ายทอดให้คนอื่นต่อไป
สำหรับผมนั้น เป็นคำพูดที่กินใจมากๆครับ ผมรู้สึกว่าเป็นบุญอย่างยิ่งทีไ่ด้มีโอกาสมารับใช้ ณ ตรงจุดนี้
พระองค์ได้ให้แนวความคิดหลายๆอย่างในการทำงาน วันนั้นผมทราบมาว่าจริงๆแล้ว
พระองค์จะต้องรีบเดินทางต่อไปที่เมืองทองธานีเพื่อจะเปิดงานสถาปิก 55 ตอน 9.00 น.
แต่พระองค์ก็เสด็จมาเยี่ยมชมที่นี่ก่อน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ (ซึ่งเป็นการเยือนที่ไม่ได้อยู่ในกำหนดการ)
ผมและทีมงานแบบว่า ปลื้มกันไปทั้งวันเลยครับ ยิ้มไม่หุบเลย

ผมเล่าเรื่องอาจจะไม่ลื่นไหลนะครับ มันตื่นเต้นจนบรรยายไม่ถูก รู้แต่ว่า
ผมรู้สึกว่าเป็นบุญมากๆที่ได้มีโอกาสทำงานรับใช้พระองค์
มีคนถามผมว่า จากรูปทำไมผมใส่ชุดไม่เรียบร้อย ก็เพราะว่ามันเป็นชุดทำงานครับ
ผมไม่ทราบว่าพระองค์จะเสด็จมา และเป็นชุดที่ทำงานตั้งแต่เมื่อวาน (อย่างที่บอกว่าไม่ได้นอนคืนนั้น)
กะว่าทำเสร็จช่วงเช้าก็จะไปนอนพักเลย ทำให้ไม่ได้ตั้งตัวตอนเสด็จมา ดูจากหน้าตาในรูปผมสิครับ
หน้าตาตื่นมาก เพราะประหม่ามากๆเลยครับ ><
สำหรับใครที่อยากจะมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์มีชีวิต มาดูวาระบบที่พวกผมพัฒนานั้นทำอะไรบ้าง
มาดูกันได้ที่ พิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทยนะครับ อยู่ตรงสถานเสาวภา ครับ เปิดจันทร์ถึงศุกร์ 8.30 -16.00 ครับผม
ส่วนผมนั้นก็พัฒนาระบบพิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายและการพิมพ์ให้กับจุฬาฯ ต่อไปครับ (ปีนี้น่าจะได้ทำ
ระบบให้พิพิธภัณฑ์ในเมืองไทยจนถึงสิ้นปี)
ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะครับ


บ้านนายลิงแว่น