แวะมาอัพเดทบล็อกอีกครั้งครับ สำหรับวันนี้ผมอยากจะพาทุกท่านไปสัมผัสกับเรื่องราวสุดแสนอัศจรรย์ในวรรณคดีไทย   แต่ก่อนอื่นขอท้าวความไปยังที่มาที่ไปของแรงบันดาลใจให้เขียนเรื่องนี้ก่อนครับ (คนแก่ชอบระลึกถึงอดีต แหะๆ) เนื่องจากว่าผมไปติววิชาภาษาไทยให้น้องๆ ม. ปลาย (เอ่อ ผมเรียนวิทย์ แต่ชอบวิชาภาษาแฮะ) แล้วมีอยู่วันนึง นึกคึกขึ้นมา เลยถามน้องๆไปว่า เอ่อ น้องๆรู้ไหมว่า วรรณคดีไทยที่ดังๆ ก็มีฉากวาบหวิวนะน้อง  น้องๆทำตาโต แล้วรีบถามเป็นการใหญ่เลยว่า เห้ย พี่พูดจริงดิ เรื่องอะไรๆ

เข้าทางตูเลยทีนี้ ฮ่าๆ  ผมเลยบอกไปว่า วรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น ขุนช้างขุนแผน ลิลิตพระลอ กากี พระอภัยมณี เป็นต้น ต่างก็มีฉากวาบหวิว สะท้านทรวงทั้งนั้นแหล่ะครับ เพียงแต่ถ้าอ่านเผินๆ พวกเธออาจจะไม่สังเกต


และฉากหวาบหวิว จุ๊กกรู้วๆๆ  ในบางเรื่องนั้น น้องเอ๋ย มันยิ่งกว่าอ่านหนังสือโป๊เสียอีก  อย่าหาว่าพี่โม้ เดี๋ยวจะพาไปรู้จัก

ฉากวาบหวิวๆ ในวรรณคดีไทย เราจะเรียกว่า "บทอัศจรรย์" ครับ เป็นบทที่พูดถึงการมีเพศสัมพันธ์กัน หรือเรียกสั้นๆว่า เซ็กส์!! บทอัศจรรย์เป็นบทที่แต่งค่อนข้างยาก (ในความคิดส่วนตัวนะคับ) เพราะว่ากวีแต่ละท่านจะไม่พูดถึงตรงๆ โจ่งแจ้ง แต่จะมีการใช้สัญลักษณ์แทนครับ เวลาอ่านจะไม่สามารถตีความได้ตรงๆ ต้องอาศัยจินตนาการ บางบท ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้ว่า  ห๊า!! นี่มันคือบทอัศจรรย์หรือนี่!! OMG!!

แถมบางเรื่อง ยิ่งกว่าดาราหนังเอ็กส์! มีฉากหญิงสองชายหนึ่ง ตะลึงตึงโป๊ะ รักร่วมเพศ!! ตะลึงตึงโป๊ะ อีกรอบ! และโ่น่น ครับ ยังเตลิดไปถึงฉากร่วมรักของพระโพธิสัตว์ด้วยนะเออ!!  (ไม่ต้องกรี๊ดดดด ฮ่าๆ)


ผมไม่รู้ว่าที่โรงเรียนจะสอนเรื่องบทอัศจรรย์หรือเปล่านะครับ เพราะว่าถามเพื่อนที่คณะหลายๆคน ว่ารู้จักบทอัศจรรย์ไหม ส่วนมากไม่รู้จักเลย  แต่จะตื่นเต้นกันมาก ตอนที่รู้ว่าบทอัศจรรย์คืออะไร เหอะๆๆ

อาจจะเป็นเพราะว่าบางตอนที่เป็นบทอัศจรรย์อาจจะถูกเซนเซอร์หรืออย่างไรก็มิอาจจะทราบดาย แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง ผมว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะบทอัศจรรย์เป็นบทที่แสดงออกถึงความสามารถในการใช้ภาษาของกวีเป็นอย่างมากครับ

เอาละครับได้เวลาไปอ่านหนังสือโป๊ เอ้ย วรรณคดีไทยว่าด้วยฉากอัศจรรย์ กันแล้วละครับ ....

เอาแบบเบาะๆก่อนละกัน (ทั้งหมดนี้ค้นหาจาก google นะคับ)

บทอัศจรรย์ในขุนช้างขุนแผน พลายแก้วกับนางพิมพ์
๏ สนิทหลับรับขวัญเจ้าทั้งหลับ         ดังยิ้มรับให้พี่มาร่วมหมอน  
โฉมแฉล้มแย้มยิ้มพริ้มเพรางอน          งามเนตรเมื่อเจ้าค้อนพี่ยามชม
คอคางบางแบบกระทัดรัด                 เล็กยาวขาวขัดดูงามสม  
ไม่พร่องบกอกนางอล่างนม               ค้อยผงมสงวนต้องประคองทรวง ๚  
บทอัศจรรย์   
     ๏ ประเดี๋ยวจับประเดี๋ยวจูบเฝ้าลูบชม    แก้มกับนมนี่เจ้าชื้อมาหรือขา  
ทำเล่นเหมือนเป็นเชลยมา        ฟ้าผ่าเถอะไม่ยั้งไม่ฟังกัน
จะหยิกเท่าไรก็ไม่เจ็บ               ฉวยเล็บมาจะหักให้สะบั้น  
อุยหน่าอย่าทำสำคัญ                 ฟาดฟันเอาเถิดไม่น้อยใจ  
ทำเล็บหักเหมือนไม่รักพี่จริงจัง  ถึงเงินชั่งหนึ่งหารักเท่าเล็บไม่  
เข้าชิดสะกิดพิมยิ้มละไม             อุ้มแอบอกไว้ด้วยปรีดา ๚  

(คงคิดกันออกนะครับว่าเค้าคุยกันที่ไหน ฮ่าๆ ) แต่นี่แค่ยังเบาะๆ ไปดูอีกเรื่องดีกว่า

อีกบทอยู่เรื่องพญาราชวังสัน พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖
บทนี้เป็นบทอัศจรรย์ที่ใช้ สัญลักษณ์เป็นผึ้งกับดอกบัว  หรือที่นักดนตรีไทยรู้จักกลอนบทนี้ในนามบทร้อง เพลงพระอาทิตย์ชิงดวง

เรื่อยเรื่อยภุมรินบินว่อน             เกลือกเกสรบัวทองผ่องใส
รื่นรื่นรสสุคนธ์ปนไป                ส่องใจจ่อจิตสนิทนอน
    ดอกเอย                             เจ้าดอกบัวผัน
บุหงาสวรรค์                           ของเรียมนี่เอย

เจ้าหน้านวลเอย


   เจ้าหน้านวลยวนใจให้พี่เชย   ไม่ละไม่เลยไม่ลืมชม
แม้ห่างอินทรีย์อกพี่ระบม            อกตรอมอกตรมเสียจริงเอย
เจ้าภุมรินเอยกลั้วกลิ่นบุปผา       เกสรผกาไม่ราโรย
จะคลึงจะเคล้าจะเฝ้าสงวน         จะยั่วจะยวนเมื่อลมโชย
จะกอบจะโกย                            กลิ่นไปเอย
     ดอกเอย                              เจ้าดอกโกมุท
เจ้าแสนสวยสุด                         ของเรียมนี่เอย

 


ยังๆ ยังไม่หมดครับ เรื่องพระอภัยมณี ฉากเสียวก็ใช่จะย่อยๆแพ้เรื่องอื่นนะครับ

มาดูกัน .............

http://www.thaibg.com/board/upload/18007_0.gif

"พลางอุ้มจุมพิต สนิทถนอม
งามละม่อมละมุนจิตพิสมัย
ร่วมภิรมย์สมสองทำนองใน
แผ่นดิน ไหวจนกระทั่งหลังอานนท์

ในนทีตีคลื่นเสียงครื้นครึก
ลั่นพิลึก โลกาโกลาหล
หีบดนตรีปี่พาทย์ระนาดกล
ไม่มีคนไขดังเสียงวังเวง

อัศจรรย์ ลั่นดังระฆังฆ้อง
เสียงกึกก้องเก่งก่างโหง่งหง่างเหง่ง
ปืนประจำ กำปั่นก็ลั่นเอง
เสียงครื้นเครงครึกโครมโพยมบน

สุนีบาตฟาดเสียง เปรี้ยงเปรี้ยงเปรื่อง
กระดองเดื่องดินฟ้าเป็นห่าฝน
ทุกธารถ้ำน้ำพุ ทะลุล้น
ท่วมถนนแนวฝั่งเกาะลังกา"

 

อีกเรื่อง เป็นฉากเสพสังวาสในสระน้ำครับพี่น้อง!!!
จากเรื่องลิลิตพระลอ (ก๊อบมาให้อ่านคับ)

 ๏ นางโรยนางเรียกด้วย.............คำงาม
ขวัญอ่อนดั่งขวัญกาม...............ยั่วแย้ม
ใบบัวหนั่นหนาตาม...................กันลอด ไปนา
หอมกลิ่นบัวรสแก้ม..................กลิ่นแก้มไกลบัว
๏ ใบบัวบังข้าขอบ...................ใจบัว
ดอกดั่งจะหัวรัว......................เรียกเต้า
เชยชมภิรมย์ชัว......................ซมซาบ บัวนา
ถนัดดั่งเรียมชมเจ้า.................พี่เหล้นกับตน
๏ บัวนมบัวเนตรหน้า...............บัวบาน
บัวกลิ่นขจรหอมหวาน..............รสเร้า
บัวสมรละลุงลาญ....................ใจบ่า นี้นา
บัวบาทงามจวบเท้า..................เกศแก้วงามจริง
๏ โกมุศกาเมศแก้ว...................โกมล พี่เอย
หอมกลิ่นจงกลกล...................กลิ่นแก้ว
จงกามินีปน...........................รสร่วม กันนา
จงกอบอย่ารู้แคล้ว.................ก่อเกื้อกรีฑา
๏ สรนุกบัวซ้อนดอก...............บัวพระ พี่นา
ปลาช่อนปลาไซ้พระ................ดอกไม้
สลิดโพตะเพียนพะ..................กันชื่น ชมนา
รวนเพรียกแนมหลิ่งไสร้...........เหยื่อหย้ามฟูมฟอง
๏ สนุกข้างนี้แนบ....................จอมใจ พี่เอย
สองสนุกกันใน........................ฝ่ายนั้น
ทำขวัญสนุกใด.......................จักดุจ นี้เลย
หนีซอกซอนซ้ำหั้น....................เชิดชู้เทียมรงค์

ต้องยกมาให้อ่านกันยาวๆขอรับ เพื่อก่อให้เกิดจินตนาการอันบรรเจิด แล้ว โอ้ โห
ลองมาไล่จินตนาการกันซักหน่อย

โคลงสามบทแรกที่ยกมา เป็นการปูพื้นและเกี้ยวพาราสีก่อนที่จะเสพสังวาสกัน โดยการใช้บัวในสระ
ที่ลงอาบน้ำด้วยกันเป็นสัญลักษณ์ ใช้ภาษาที่งดงามและยั่วเย้าให้เกิดอารมณ์ทางเพศสูงยิ่ง ถ้าได้อยู่ในสระน้ำ
ตรงนั้น ใครเล่าจะอดใจไหวมีข้อสังเกตตรงนี้หน่อยหนึ่ง ตามท้องเรื่อง นางรื่นนางโรย
ไปพบนายแก้วนายขวัญนั้น พอปะหน้าก็เกิดความเสน่หายังไม่ทันจะถามไถ่ชื่อแซ่ด้วยซ้ำ
บทสังวาสก็เริ่มต้น ทันสมัยจริงๆ เพราะผู้หญิงเป็นคนเกี้ยวผู้ชาย ไม่รักนวลสงวนกายกันเลย



เริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆแล้วใช่ไหมครับ ฮ่าๆ ยังไม่หมด นั่นมันแค่สองต่อสอง ต่อไป ฉากสังวาสหมู่ครับ !!

 ๏ ส่วนสามกษัตริย์แก่นท้าว................กรโอบองค์โน้มน้าว
แนบเนื้อเรียงรมย์
๏ เชยชมชู้ปากป้อน.........................แสนอมฤตรสข้อน
สวาทเคล้าคลึงสมร
๏ กรเกี้ยวกรกอดเนื้อ......................เนื้อแนบเนื้อโอ่เนื้อ
อ่อนเนื้อเอาใจ
๏ พักตราใสใหม่หม้า........................หน้าแนบหน้าโอ่หน้า
หนุ่มเหน้าสรสม
นมแนบนมนิ่มน้อง........................ท้องแนบท้องโอ่ท้อง
อ่อนท้องทรวงสมร
๏ สมเสน่ห์อรใหม่หมั้ว......................กลั้วรสกลั้วกลิ่นกลั้ว
เกลศกลั้วสงสาร
บุษบาบานคลี่คล้อย.......................สร้อยและสร้อยซ้อนสร้อย
เสียดสร้อยสระศรี
๏ ภุมรีคลึงคู่เคล้า.............................กลางกมลยรรเย้า
ยั่วร้องขานกัน
๏ สรงสระสวรรค์ไป่เพี้ยง.................สระพระนุชเนื้อเกลี้ยง
อาบโอ้เอาใจ
แสนสนุกในสระน้อง.......................ปลาชื่นชมเต้นต้อง
ดอกไม้บัวบาน
๏ ตระการฝั่งสระแก้ว........................หมดเผ้าผงผ่องแผ้ว
โคกฟ้าฤๅปุน
๏ บุญมีมาจึ่งได้...............................ชมเต้าทองน้องไท้
พี่เอ้ยวานชม หนึ่งรา

Comment

Comment:

Tweet

#143 By (182.53.169.178|182.53.169.178) on 2014-01-28 18:22

มีวาบหวิวอึกฉาก จาก กาพย์พระไชสุริยา ของท่าสสุนทรภู๋ ใม่รู้ว่าจะถอดความสารยายให้เด็ก ม ๑ ฟังให้เข้าใจได้อย่างไร ......
..................