กลับบ้านครั้งนี้ผมเองได้นั่งฝึกฝนการวาดรูปครับ ผมชื่นชอบมากๆเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นชนบท มันดูบริสุทธิ์
อย่างบอกไม่ถูก ผมเองวาดรุปไม่เก่ง แต่ผมก็พยายามวาด เพราะต้องการถ่ายทอดสิ่งที่ผมเห็น สิ่งที่ผมสัมผัสให้
ปรากฎออกมาในรูปแบบของรูปวาดครับผม สำหรับชุดนี้เป็นรูปวาดเกี่ยวกับวิถีชีวิตครับ
 

 
 
แถบหมู่บ้านผม อาชีพส่วนใหญ่ของคนในท้องถิ่นก็คือ “ทำนา” ครับ เป็นการทำนาปี ผลผลิตก็ขึ้นอยู่กับดินฟ้า
อากาศ ปีไหนฟ้าฝนเป็นใจก็ได้ข้าวเยอะ ปีไหนน้ำท่วม ฝนแล้ง แมลงลง ก็เจ็บตัวกันถ้วนหน้า ชาวนาเป็นอาชีพที่
น่ายกย่องนะครับ ต้องตากแดดตากฝน ทนลมหนาว ผมเองก็ลูกชาวนา แต่ให้ผมไปทำนา ผมเองก็ไม่สามารถทน
ความร้อน ทนก้มๆเงยๆได้เลยครับ ชาวนาจึงเป็นคนที่อดทนเก่งมากๆในความคิดของผม
 

 
 
ในวัยเด้ก การเล่นน้ำเป็นอะไรที่ผมชอบมากๆครับ บ้านผมไม่ได้ติดแม่น้ำ แต่ก็ยังมีคลองที่ขุดผ่านที่นา ให้ได้
เล่นกัน น้ำเป็นสิ่งที่อยู่เคียงคู่กับการดำเนินชีวิตของทุกยุคทุกสมัย เพราะว่าน้ำเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้เลย ที่ไหน
น้ำดี ที่นั่นก็อุดมสมบูรณ์ปลูกผักปลูกข้าวก็ได้ผล แต่ถ้าที่ไหนน้ำน้อย แห้งแล้ง ก็ลำบากกันถ้วนหน้าเลย
 
 
 
มีกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ชาวบ้านผมทำกัน ก็คือการทำเครื่องป้ันดินเผาครับ แต่ว่าไม่ได้ทำเป็นอาชีพหรอกนะครับ ประมาณว่าก็ทำไว้ใช้เองบ้าง แจกญาติพี่น้องบ้าง แต่ทุกวันนี้กิจกรรมนี้ค่อนข้างจะไม่มีให้เห็นแล้ว เพราะว่า อาจจะติดเรื่องเวลา เพราะซื้อใช้ก็สะดวกกว่ากระมัง
 
 
ฤดูฝน เป็นฤดูที่ผมค่อนข้างจะแอบโปรดปรานนิดนึง ตรงที่มันดูชุ่มฉ่ำ ต้นไม้เขียวชอุ่ม ข้าวออกใบเขียวสวยงาม
มองไปรอบๆหมู่บ้าน ก็จะรายล้อมด้วยสีเขียว มันสุขใจอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน หน้าฝน เปนหน้าที่ชาวบ้านจะ
พากันหาปลาด้วยครับ การจักสานแห มอง ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่พวกเราพากันนั่งทำ  เวลาจะไปหาปลา เรา
ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม  เพราะหนองน้ำมักจะอยู่ไกลหมู่บ้าน การสานแหก็เป็นอีกทักษะหนึ่งที่ผมอยากเรียนรู้
ไว้
 
 
 
การหว่านแห ผมเคยคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ แต่พอได้ลองทำดูแล้ว มันไม่ได้งายอย่างที่เห็น มันต้องเรียนรู้วิธีการ
จับ การวัดระยะ จับไม่ถูกก็หว่านแหไม่ออกครับ แต่ถ้าจับได้แล้ว สะบัดนิดเดียว แหก็แผ่อาณาจักรได้ใหญ่โตเลย
ทีเดียว ตอนหว่านแห เราจะสังเกตที่หนองน้ำว่า มีลักษณะฟองอากาศเกิดขึ้นบริเวณไหน ถ้าเห็นมีฟองผุดๆ ขึ้น
มา นั่นแสดงว่ามีปลาว่ายมาหายในเหนือผิวน้ำครับ เห็นแล้วก็หว่านแหโลด
 
 
 
แม่บ้านก็มีหน้าที่ในการตระเตรียมอาหารให้กับสมาชิกในครอบครัวครับ สมัยก่อนนั้นต้องมีการฝัดข้าว ให้ข้าว
เปลือกแยกออกจากข้าวสาร (รวมไปถึงเป็นการคัดพวกก้อนกรวด หรือสิ่งอื่นที่ไม่ใช่เมล็ดข้าวสารออกไป) วัยเด็ก
ผมชอบนั่งมองแม่ฝัดข้าวสาร มันดูไหวพลิ้วดี สะบัดนิดเดียว ข้าวสารก็พากันลอยเรียงตัวสวยงามกลางอากาศ
ส่วนพวกสิ่งไม่พึงประสงค์ก็จะลอยออกจากกระด้งไป
 
 
 
ควาย เป็นสัตว์ที่หาได้ไม่ยากในหมู่บ้านของผม ผมเติบโตมาพร้อมกับบรรดาสัตว์เหล่านี้ที่อยู่รายล้อม วัยเด็กผม
จะนั่งขี่ควายไปนา โดยมีพ่อเป็นคนจูง พอโตขึ้นมาสักหน่อยก็เป็นคนออกไปต้อนควายกลับบ้าน ก็นั่งขี่ควายกลับ
บ้านเลยครับ ให้ควายวิ่งแล้วเรานั่งอยู่บนหลังควาย มันท้าทายมาก  ควายเป็นสัตว์ที่ขี้ร้อน มันชอบเอาตัวไปหมก
อยู่กับโคลนตม เวลากลับถึงบ้าน ภาระกิจอีกอย่างก็คือ พาควายไปอาบน้ำ ฮ่าๆๆ
 
 
ถ้าคุณโตมาในแถบชนบท ผมเชื่อว่าคุณน่าจะเคยเล่น “บอล” แต่ลูกบอลที่ผมว่า มันไม่ใช่ “บอลพลาสติก” ที่
เล่นกันในสนามนะครับ แต่ว่ามันเป็น​”กระเพาะปัสสาวะหมู”  เวลาที่มีการฆ่าหมู เด้กๆจะพากันแย่งเอากระเพาะ
ปัสสาวะมัน เอามาเป่าครับ แล้วมันจะกลายเป็นลูกบอลอย่างดี ทีนี้ก็ได้เวลาฟาดแข้งฟาดขา ในทุ่งนากันแล้ว!!
 
 
 
 
เด็กหลายคนเล่นบอลเก่งมากครับ ฉายแววมากๆ มีชั้นเชิงในการเตะดี รู้จักหลบหลีก ผมว่าถ้าเค้ามีโอกาสได้ฝึก
ซ้อมดีๆ น่าจะอนาคตไกล แต่ก็อย่างว่าครับ ชนบท กีฬาก็เป็นแค่เครื่องบันเทิงเริงใจ พอโตขึ้นมาหน่อยก็จะห่าง
หายครับ
 
 
 

เมื่อก่อน หมู่บ้านผมนิยมมีลูกหลานเยอะครับ อย่างคุณยายผมมีหลาน สิบสี่ คน ส่วนครอบครัวเพื่อนผม มีพี่น้อง
ทั้งหมด เก้าคน ครับ เรียกว่าหัวปีท้ายปีกันเลยทีเดียว ยิ่งลูกหลานเยอะ เสียงยิ่งเจี๊ยวจ๊าวมากๆ บางบ้านเสียง
ร้องไห้แทบจะไม่เคยขาดสาย เพราะพี่น้องแย่งของเล่นกัน ฮ่าๆ แต่พอโตมารู้ความแล้ว เด้กพวกนี้ก็จะเป็นกำลัง
สำคัญในการทำงานเลยหล่ะครับ พ่อแม่ก็จะเบาแรงไปได้เยอะ

 

เรื่องเล่าของชาวชนบทยังมีอีกเยอะครับ เป็นทั้งเรื่องในความทรงจำและเรื่องที่ผมยังพบเห็นอยู่ ผมจะนำมาเล่า
ให้ฟังกันใหม่นะครับ ถ้ายังไม่เบื่อกันเสียก่อน ฮ่าๆ แล้วเจอกันครับ

         

Comment

Comment:

Tweet

อูยยย

#12 By silvermanlaos (171.101.69.77|171.101.69.77) on 2014-05-05 07:53

มันกินได้ แล้วมันก็เป็นลูกบอลได้ด้วยเหรอคะ

#11 By Vivian (182.53.159.25) on 2012-04-27 16:25

วิถีชีวิตอีกรูปแบบ ดูรูปแล้วรู้สึกเป็นชีวิตที่เต็มอิ่มในตัวของมันเองเลยล่ะค่ะbig smile big smile

#10 By PRIMO on 2012-04-23 12:47